วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

โล่ห์แห่งคุณงามวามดี

วันที่ ๒๙-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เป็นวันที่อุบาสกอุบาสิกาแห่งวัดบ้านอุปราชชื่นชมยินดีในความสำเร็จอันเกิดจากความตั้งใจในการร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาในันอาทิตย์ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา หลวงตากาบท่านเจ้าอาวาสจะเข้ารับโล่ห์ วัดกิจกรรมวันอาทิตย์ดีเด่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสองร้อยแห่งของทั้งประเทศ นับเป็นวาระอันเป็นมงคลอย่างยิ่งที่ชาวอุบาสกอุบาสิกาจะได้ร่วมกันทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เข้าวัดวันอาทิตย์

อาทิตย์ที่ ๑ พค ๒๕๕๔ ดูผู้คนคึกคักไม่แพ้อาทิตย์ที่แล้ว นับเป็นนิมิตหมายอันดีว่า อาทิตย์ต่อ ๆ ไปผู้คนก็จะเข้าวัดเพื่อพัฒนาจิตตนเองให้สูงขึ้น ให้สมกับที่เกิดมาเป็นมนูษย์ ลดละกิเลลสไปเรื่อย ๆ มีสติในการดำเนินชีวิตทุกลมหายใจเข้าออก กระทำแต่กุศลกรรม สังคมพระศรีอริยเมตตรัยคงไม่ไกลเกินเอื้อม?





ผมมาวัดทุกวันอาทิตย์ครับ

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

เข้าวัดวันอาทิตย์

วันนี้อาทิตย์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๔ ไปทำบุญฟังธรรมที่วัดตามปกติ อาทิตย์นี้ดูผู้คนค่อนข้างคึกคักนับคร่าว ๆ ได้ประมาณ ๗๕ - ๘๐ คนจากเดิมที่เคยมีประมาณ ๒๕-๓๐ คน อาจจะเป็นเพราะวันพระหน้าจะเป็นวันอังคารที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นทำงานผู้คนเลยมาวันอาทิตย์นี้แทน
ธรรมะเทศนาวันนี้ว่าด้วยเรื่องของจิต ดังพุทธศาสนาสุภาษิต

          จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ “จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้”




วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

เข้าวัดวันอาทิตย์(๒๓ มค ๕๔)

ธรรมเทศวันี้ยังคงอยู่ที่ อนุปุพพิกถา เรื่องที่สอง ศีล การรักษาศีลมีอยู่ ๓ ระดับ คือ
  • ระดับต้น เพื่อความเป็นปกติของชีวิต(ศีล ๕)
  • ระดับกลาง เพื่อละกเลสคลายทุกข์(ศีล ๘ ศีล ๑๐)
  • ระดับสูง เพื่อประพฤติพรหมจรรย์(ศีล ๒๒๗ ศลี ๓๑๑)


วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

เข้าวัดวันอาทิตย์

 วันนี้ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๔  วันอาทิตย์เป็นวันครู เช้านี้หลวงตาแสดงธรรมเทศนาเรื่องของครู ผู้ซึ่งเป็นบูชนียบุคคล(สำหรับครูที่มีวิญญาณครูส่วนผู้ที่รับจ้างสอนไม่อาจเรียกได้) และพระบรมครูของโลกก็คือพระพุทธเจ้า เพราะพระองค์ทรงสั่งสอนหมู่มวลมนุษย์โลกให้ดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ด้วยความไม่ประมาท ทรงชี้แนะแนวทางในการออกจากทุกข์ ทรงสั่งสอนสิ่งสำคัญที่สุดให้กับมนุษย์ นั่น ก็คือ อริยะสัจจ์ ๔ หากใครเข้าใจและนำไปปฏิบัติ เขาก็จะพ้นจากทุกข์ทั้งมวล


วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

วันนี้วันธรรมสวนะ

๑๒ มกราคม ๒๕๕๔ วันนี้เป็นวันพระหรือเรียกให้ถูกว่า วันธรรมสวนะ ของศาสนาพุทธ ซึ่งพุทธมามะกะจะไปวัดเพื่อสร้างกุศลกรรม(กุศลจิต)โดยการฟังธรรมเทศนาจากพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงมรรคทรงผล เพื่อกำจัดกิเลสให้ลดน้อยถอยลง แต่ปัจจุบันดูจะลดน้อยถอยลง เพราะมีผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นพุทธมามะกะไปวัดในวันธรรมวัสนะน้อยนัก นอกนั้นเป็นพุทธมามะกะเพียงในทะเบียนบ้าน แต่ในชีวิตจริงกลับไปยึคเอาผีเอาป่าเอาเจดีย์เป็นสรณะแทนที่จะยึคเอาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นสรณะ และวันนี้หลวางตาได้เทศนาธรรม อนุปุพพิกถา ซึ่งเป็นพระธรรมเทศนาที่ทรงแสดงสูงขึ้นไปตามลำดับจากง่ายไปหายากเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนจนสามารถปล่อยวางความยึดติดอยู่กับกามคุณได้ มี ๕ เรื่อง คือ
๑. ทานกถา เรื่องการให้ทาน ประโยชน์ของการให้ทาน
๒. สีลกถา เรื่องการรักษาศีล ประโยชน์ของการรักษาศีล
๓. สัคคกถา เรื่องสวรรค์อันเป็นอานิสงส์ที่ได้จากทานและศีล
๔. กามาทีนวกถา เรื่องโทษของกามคือ ความสุขในสวรรค์
๕. เนกขัมมานิสังสกถา เรื่องอานิสงส์ของการออกบวชคือการออกจากกาม
ซึ่งวันนี้ได้แสดงเรื่อง ทานกถา ก่อนที่เหลือจะแสดงในวันธรรมวัสนะต่อ ๆ ไป

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

วันนี้(๘ มค ๕๔)วันอาทิตย์

เข้าวัดวันอาทิตย์ ใกล้ชิดพระศาสนา พาให้ชีวีเป็นสุข
กิจกรรมของวัดบ้านอุปราชของวันอาทิตย์ประกอบด้วย การไหว้พระสวดมนต์(ทำวัตรเช้า) ฟังพระธรรมเทศนา ทำสมาธิ และร่วมรับประทานอาหาร เสวนากันเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มแม่บ้านราชการมักเสวนากันด้วยเรื่องสามีซึ่งไม่สนใจมาวัด แต่มักจะไปวัดสุ(วัชสุ รร.)แทน


หลวงตากาบเทศนาธรรม เรื่อง การทำบุญที่ถูกต้อง

ภัตราหารพระสงฆ์

อุบาสกอุบาสิกาวันอาทิตย์ที่ ๘ มค ๕๔

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔

เมื่อคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ วัดบ้านอุปราชได้มีกิจกรรม สวดมนต์เฉลิมพระเกียรติ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ดังนี้
  • ๑๙.๓๐ น.ทำวัตรเย็น(แปล)
  • ๒๑.๐๐ น.สวดสะเดาะนพเคราะห์(สะเดาะเคราะห์ประจำวันเกิด)
  • ๒๒.๓๐ น.พระภิกษุสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ์ฯ
  • ๒๓.๐๐ น.ถวายราชสดุดีฯ(เปิดกรวยและร่วมกันร้องเพลงสดุดีมหาราชา)
  • ๒๓.๑๐ น.สวดมนต์บทพิเศษ(พุทธมนต์) จนกระทั่งเวลา ๐๐.๐๙ น. ร่วมกันร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี เป็นเสร็จพิธี
กิจกรรมครั้งนี้มีอุบาสกอุบาสิกาเข้าร่วมกิจกรรมร่วมสามร้อยคนจนเต็มศาลาหลังใหญ่ ดำเนินกิจกรรมสำเร็จด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ ในนามวัดบ้านอุปราชใคร่ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้


วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

ประวัติความเป็นมา

วัดบ้านอุปราชหรือชื่อเป็นทางการว่า วัดขุนพรหมดำริห์ ตั้งอยู่ที่บ้านอุปราช(เดิมทีเดียวที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการนั้น เรียกชื่อว่าวัดบ้านอุปราช) ถนนถีนานนท์ กม.ที่ 12 จากตัวเมืองมหาสารคามไปยังอ.โกสุมพิสัย